‘Potato Corner’ ทำไมจากขนมทานเล่น ถึงกลายเป็นของติดมือเวลาเดินห้าง?

ถ้าพูดถึงของทานเล่นที่เจอได้บ่อยที่สุดในห้างสรรพสินค้า Potato Corner คงเป็นหนึ่งในชื่อแรก ๆ ที่ใคร ๆ ก็คิดถึง จากเฟรนช์ฟรายส์ที่ทั้งกรอบและนุ่ม เคลือบรสเข้มข้นหลากหลายสูตร ไม่ว่าจะเป็นชีส ซาวครีม พาร์เมซาน หรือทรัฟเฟิล ที่มีรสชาติเฉพาะตัว สไตล์ไม่เหมือนใคร จนลูกค้าต้องต่อแถวรอซื้อกันให้ได้

แต่รู้ไหมว่า? จุดเริ่มต้นของ Potato Corner ไม่ได้เป็นแบรนด์ขนมชื่อดังตั้งแต่วันแรกที่วางขาย
ก้าวแรกของ Potato Corner ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ.1992 โดย Joe Magsaysay ผู้เป็น CEO ของ Potato Corner และกลุ่มเพื่อนของเขา ที่ลงมือทดลองทอดมันฝรั่งในคีออสท์เล็ก ๆ ใน SM Megamall ประเทศฟิลิปปินส์ พวกเขาใช้เวลาหลายเดือนปรับสูตรผงปรุง จนเจอรสชาติที่ใช่ และตั้งชื่อแบรนด์ว่า ‘Potato Corner’ เพื่อสื่อถึงมุมเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยความสดใหม่ของเฟรนช์ฟรายส์
- จุดเปลี่ยนสำคัญของ Potato Corner
คือ การทดลองเปิดแฟรนไชส์ในปีถัดมา ด้วยโมเดลที่ลงทุนต่ำ จ่ายค่าธรรมเนียมไม่สูง แต่ได้ทำเลห้างที่คนเดินผ่านเยอะ ทำให้กระจายสาขาได้อย่างรวดเร็ว ทั้งในฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย มาเลเซีย และอีกนับสิบประเทศทั่วโลก
- แข็งแกร่งตั้งแต่โครงสร้างแบรนด์
Potato Corner ไม่เพียงแต่เน้นขยายสาขา แต่ยังเติม ‘ความสนุก’ ให้แบรนด์ผ่านมาสคอต Poco สีเขียวสดใส และโลโก้ที่จดจำง่าย ช่วยให้แบรนด์โดดเด่นท่ามกลางห้างหรือย่านธุรกิจที่คึกคัก ซึ่งเมื่อลูกค้าเห็นถังเฟรนช์ฟรายส์กลม ๆ สีเขียว-เหลืองของ Potato Corner ที่เราคุ้นตาก็รู้ได้ทันทีว่า ถึงเวลาต้องต่อคิวซื้อเพื่อลิ้มรสความอร่อยแล้ว
- กลยุทธ์การวางตำแหน่งแบรนด์
Potato Corner ได้ยึดตำแหน่ง ‘ขนมขบเคี้ยวสะดวกซื้อ’ ที่มอบทางเลือกให้ลูกค้า ด้วยรสชาติจัดจ้านแทนเฟรนช์ฟรายส์ธรรมดา ๆ เจาะกลุ่มลูกค้าตั้งแต่เด็ก วัยรุ่น คนทำงาน ไปจนถึงแฟมิลี่ที่มาเดินห้าง โดยเน้นความเรียบง่าย ชัดเจน เข้าใจได้ทันทีว่า นี่คือ ‘เฟรนช์ฟรายส์ที่โดดเด่นที่สุด’
นอกจากนี้ กลยุทธ์สร้าง FOMO (Fear of Missing Out) ด้วยเมนูลิมิเต็ด เช่น ‘ชีสทรัฟเฟิลซีซัน’ หรือ ‘พริกไทยดำบูสต์’ สลับกันออกมาทุกเดือน ทำให้แฟนคลับรอคอยและไม่อยากพลาดที่จะได้ลิ้มลองรสชาติใหม่ ๆ
ในส่วนของการตลาด Potato Corner ใช้โซเชียลมีเดียเป็นเวทีหลัก สำหรับลูกค้าชอบถ่ายรูปลงสตอรี่ โดยใช้แฮชแท็ก #PotatoCornerMoment แล้วแท็กแบรนด์ แชร์ซูเปอร์ช็อตเส้นเฟรนช์ฟรายส์ให้เพื่อนเห็น จนกลายเป็นไวรัลแบบไม่ต้องซื้อโฆษณาแพง
- จากตู้คีออสท์สู่แฟรนไชส์ระดับโลก
หลังจากพิสูจน์รสชาติ โดดเด่นด้วยโมเดลแฟรนไชส์ลงทุนต่ำ ขยายสาขาได้รวดเร็วจนทั่วถึง ทำเลหลักคือจุดเชื่อมทางเดิน ‘ที่คนเดินผ่านเยอะ’ ไม่ว่าจะเป็นห้าง โรงเรียน โรงพยาบาล หรือสถานีขนส่ง จนทำให้ตู้เล็ก ๆ นี้ กลายเป็นโอเอซิสของคนอยากกินอะไรอร่อย ๆ ระหว่างทางนั่นเอง
ในปี 2018 Potato Corner ได้กระจายสาขาเข้าไปใน 11 ประเทศ ประกอบด้วย สหรัฐอเมริกา ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ปานามา ออสเตรเลีย ไทย ฮ่องกง กัมพูชา สิงคโปร์ เวียดนาม และคูเวต
วันนี้ Potato Corner มีมากกว่า 1,400 สาขาในกว่า 20 ประเทศ ซึ่งกว่า 80% ของสาขาเป็นแฟรนไชส์ ที่ช่วยให้แบรนด์ขยายตัวได้มั่นคง แม้ในช่วงเศรษฐกิจผันผวน
ทั้งหมดนี้ มีการผสานกับระบบสนับสนุนแฟรนไชส์ซีที่เข้มงวด ทั้งคู่มือ SOP การทอดและปรุงผง รวมถึงระบบ POS เชื่อมต่อเดลิเวอรี ทำให้ Potato Corner รักษาคุณภาพ รสชาติ และบริการได้มาตรฐานมาจนถึงทุกวันนี้...
ถ้าให้วิเคราะห์กลยุทธ์สไตล์ ‘Potato Corner’ จะสรุปได้ว่า
1. คุณภาพคงที่ - รักษาคุณภาพเฟรนช์ฟรายส์ให้เหมือนเดิมทุกถัง
2. สนับสนุนแฟรนไชส์ - ฝึกอบรม เข้มข้น พร้อมคู่มือ SOP และระบบปฏิบัติการที่ครบครัน
3. ทำเลเชิงกลยุทธ์ - ปักหมุดจุดเชื่อมต่อคนเดินพลุกพล่าน ช่วยกระตุ้นการซื้อแบบ spontaneous
4. วิวัฒนาการแบรนด์ - ปรับโลโก้ รูปแบบร้าน และเมนูใหม่ให้สอดคล้องกับเทรนด์ แต่ยังคง ‘จิตวิญญาณ’ ของ Potato Corner
5. ขยายสู่ตลาดใหม่ - รุกไต้หวัน ลาว มาเลเซีย ด้วยพันธมิตรที่เข้าใจพื้นที่
ขอบคุณข้อมูลจาก Potato Corner, Branding Nerd, Philstar, Scribd


