ส่องกลยุทธ์ MAGURO Group อาณาจักรอาหารญี่ปุ่นพันล้าน

ย้อนกลับไปในปี 2558 กลุ่มเพื่อนสนิท 4 คนที่มีความหลงใหลในวัฒนธรรมญี่ปุ่น ได้รวมตัวกันเพื่อก่อตั้ง MAGURO ร้านซูชิที่โดดเด่นด้วยแนวคิด "Sensual Sushi" หรือ "ซูชิที่เต็มอิ่มทุกสัมผัส" โดยสาขาแรกตั้งอยู่ที่ชิค รีพับบลิค บางนา โดยมีกลุ่มลูกค้าหลักในระดับ Premium Mass ซึ่งในตอนนั้นมีทีมงานเพียง 10 คนเท่านั้น

MAGURO ยึดมั่นในปรัชญา "Give More" หรือ "ให้มากกว่าที่ขอ" ซึ่งสะท้อนถึงความตั้งใจในการมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า ตั้งแต่คุณภาพวัตถุดิบ การปรุงอาหาร ไปจนถึงการบริการที่ใส่ใจ
ต่อมา MAGURO Group เริ่มขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งปี 2563 เมื่อการระบาดของ COVID-19 รุนแรงขึ้น บริษัทจึงปรับกลยุทธ์ด้วยการเพิ่มบริการ เดลิเวอรี่ซูชิและอาหารญี่ปุ่น พร้อมเปิดตัวแบรนด์ใหม่ ‘SSAMTHING TOGETHER’ เซ็ตปิ้งย่างเกาหลีที่ส่งตรงถึงบ้าน ผ่านแพลตฟอร์มเดลิเวอรี่ MAGURO GO

ปัจจุบัน MAGURO Group มีแบรนด์ในเครือทั้งหมด 6 แบรนด์ ได้แก่ MAGURO ร้านซูชิและอาหารญี่ปุ่นสไตล์พรีเมียมมาส, SSAMTHING TOGETHER ร้านปิ้งย่างเกาหลีระดับพรีเมียม, HITORI SHABU ร้านชาบูและสุกี้ยากี้สไตล์ญี่ปุ่น, TONKATSU AOKI ร้านทงคัตสึสไตล์ญี่ปุ่น, COUCOU ร้านอาหารแนว All Day Dining ที่เน้นเมนูตะวันตก, BINCHO ร้านย่างแบบญี่ปุ่นสไตล์อิซากายะ และ KIWAMIYA ร้านเนื้อวากิวคุณภาพสูง
นอกจากนี้ยังมีธุรกิจบริการอื่น ๆ อีก 2 แบรนด์ ได้แก่ MAGURO GO แพลตฟอร์มเดลิเวอรี่ของ MAGURO และ CATERING บริการจัดเลี้ยงนอกสถานที่สำหรับอีเวนต์และออฟฟิศ

ปัจจุบัน MAGURO Group มีสาขาทั้งหมด 46 แห่ง และตั้งเป้าจะเพิ่มเป็น 52 แห่งภายในสิ้นปีนี้ โดยในปี 2567 ที่ผ่านมาบริษัทมีรายได้รวมกว่า 1,378.23 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 96.64 ล้านบาท พร้อมตั้งเป้ารายได้ในปี 2568 นี้อยู่ที่ 2,000 ล้านบาท

กลยุทธ์การเติบโต ของ MAGURO Group
สำหรับกลยุทธ์หลักของ MAGURO Group คือการขยายธุรกิจอย่างรวดเร็วผ่านการเพิ่มแบรนด์ใหม่และสาขาใหม่ เพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าในหลากหลายระดับรายได้และตอบสนองความต้องการที่แตกต่างกันของผู้บริโภค
1. ขยายแบรนด์และสาขาอย่างต่อเนื่อง
MAGURO Group วางแผนเปิดสาขาใหม่อย่างน้อย 15 แห่งภายในปี 2025 โดยในครึ่งปีแรกได้เปิดไปแล้ว 8 แห่ง ซึ่งรวมถึงแบรนด์ใหม่อย่าง BINCHO และ KIWAMIYA ที่มุ่งเจาะกลุ่มลูกค้าที่ต้องการประสบการณ์การรับประทานอาหารที่แตกต่าง
2. การบริหารจัดการต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน
บริษัทให้ความสำคัญกับการควบคุมต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน เช่น การเจรจาต่อรองราคาวัตถุดิบ การปรับปรุงระบบหลังบ้าน และการพัฒนาเมนูใหม่ที่ใช้วัตถุดิบหลากหลาย เพื่อเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้น
3. การสร้างประสบการณ์ลูกค้าและการตลาดที่มีประสิทธิภาพ
MAGURO Group มุ่งมั่นในการสร้างประสบการณ์ที่น่าประทับใจให้กับลูกค้า ผ่านการพัฒนาเมนูใหม่ การปรับปรุงบริการ และการจัดโปรโมชั่นที่ดึงดูดลูกค้า ทั้งนี้เพื่อเพิ่มความพึงพอใจและความภักดีของลูกค้า
4. การใช้กลยุทธ์ CRM เพื่อสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้า
MAGURO Group ใช้กลยุทธ์การบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้า (CRM) เพื่อสร้างฐานลูกค้าที่ภักดี โดยมีสมาชิกมากกว่า 150,000 คน ซึ่งในปี 2023 สร้างรายได้ถึง 54.36% ของรายได้รวมของบริษัท
5. การขยายตลาดและการเข้าถึงลูกค้าในพื้นที่ใหม่
บริษัทมุ่งเน้นการขยายสาขาไปยังพื้นที่ใหม่ ๆ เช่น พัทยา เพื่อเพิ่มการเข้าถึงลูกค้าในภูมิภาคต่าง ๆ และขยายฐานลูกค้าให้กว้างขึ้น
จากร้านซูชิเพียง 1 สาขา สู่ MAGURO Group เครือร้านอาหารญี่ปุ่นพรีเมียมรายได้พันล้าน ด้วยปรัชญา “Give More” กับกลยุทธ์ขยายแบรนด์ใหม่ การบริการลูกค้าเหนือความคาดหมาย และการปรับตัวตามยุคสมัย ทำให้ MAGURO Group ยังคงเติบโตอย่างมั่นคง และยังต้องติดตามดูกันว่าในปีนี้ MAGURO Group จะสามารถทำตามเป้าที่วางไว้ได้หรือไม่..
ขอบคุณข้อมูลจาก MAGURO Group, FORBES THAILAND


