ถอดความสำเร็จของแบรนด์ EMILY’S จากเส้นหมี่ไก่ฉีกสูตรคุณย่า สู่รายได้หลักร้อยล้านใน 3 ปี

ใครจะไปเชื่อว่า “เส้นหมี่ไก่ฉีก” ที่เริ่มจากการพรีออเดอร์เพียงไม่กี่กล่องเมื่อปี 2565 จะกลายเป็นแบรนด์ที่ทำรายได้แตะหลักร้อยล้านบาทภายในเวลาแค่ 3 ปี..
เรื่องราวของ Emily’s เริ่มจากความตั้งใจของสองผู้ก่อตั้ง “คุณภัทร์ ธภรัท เวโรจน์ฤดี” และ “คุณเพ็บ นัยนชนก ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา” ที่อยากทำเมนูเส้นหมี่ไก่ฉีกสูตรคุณย่าให้คนทั่วไปได้ลิ้มลอง ความอร่อยอาจเป็นจุดเริ่มต้น แต่สิ่งที่ทำให้ Emily’s โตอย่างก้าวกระโดด คือความจริงใจที่ใส่ลงไปในทุกชาม รวมกับการตลาดสุดจี๊ดที่ทำให้แบรนด์กลายเป็นไวรัลบน TikTok จนมีคนมาต่อคิวรอซื้อแทบทุกวัน

จากวันนั้นที่เป็นเพียงบูธเล็ก ๆ ในห้าง วันนี้ Emily’s ขยายสาขาออกไปถึง 6 แห่ง ทั้งสุขุมวิท 20, Mahanakhon Cube, หัวหมาก, ลาดพร้าว 15, เจริญนครซอย 10 และสนามบินดอนเมือง ซึ่งทำให้เส้นหมี่ไก่ฉีกกลายเป็นของฝากยอดฮิต คล้ายกับที่หลายคนต้องแวะซื้อโดนัทเจ้าดังก่อนกลับบ้าน
เส้นทางนี้ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ปีแรก Emily’s ทำรายได้รวมเพียง 5.6 แสนบาท และยังขาดทุนกว่า 3 แสนบาท แต่ด้วยความพยายามและความเชื่อมั่น ทำให้ปีถัดมารายได้พุ่งเป็น 24.74 ล้านบาท พร้อมกำไรสุทธิ 2.38 ล้านบาท ก่อนจะระเบิดความนิยมสุดขีดในปี 2567 จนรายได้พุ่งทะยานแตะ 175.95 ล้านบาท และทำกำไรได้ถึง 18.69 ล้านบาท
ปัจจุบัน Emily’s ขายได้เฉลี่ยวันละ 10,000 กล่อง หรือคิดเป็นกว่า 1 ล้านกล่องต่อเดือน และตั้งเป้ารายได้แตะ 500 ล้านบาทภายใน 2 ปีข้างหน้า
นอกจากเส้นหมี่ไก่ฉีกที่เป็นซิกเนเจอร์แล้ว Emily’s ยังไม่หยุดขยายไลน์สินค้า ปี 2567 มีการเปิดตัวเครื่องดื่มชาอย่างชาพีช ชามะลิน้ำผึ้ง และชาส้มจี๊ด ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมาก และล่าสุดในปี 2568 แบรนด์ก็ก้าวไปอีกขั้น ด้วยการเปิด “House of Emily” ร้านอาหารสุดเก๋ในโครงการ Yard 49 ซอยสุขุมวิท 49 ที่ตั้งใจให้เป็นพื้นที่ใหม่ในการสร้างประสบการณ์ร่วมกับลูกค้า
ภายในร้านไม่ได้มีเพียงเมนูเส้นหมี่ไก่ฉีกเท่านั้น แต่ยังยกระดับด้วยการสร้าง “Noodle Bar” ที่ให้ลูกค้าได้สัมผัสประสบการณ์การทำอาหารอย่างใกล้ชิด เส้นหมี่ซิกเนเจอร์ถูกนำมาจับคู่กับวัตถุดิบพรีเมียม เช่น เนื้อวากิว ปลากะพง และหอยเชลล์ เกิดเป็นเมนูใหม่สุดครีเอท ทั้งเส้นหมี่หอยเชลล์ซอสกะเพรา เส้นหมี่ข้าวซอยเป็ด และเส้นหมี่โรลกุ้ง แถมยังมีเมนูของหวานสุดแฟนซีที่สร้างสีสันและทำให้แบรนด์ดูแตกต่างมากยิ่งขึ้น
บรรยากาศร้านก็ไม่ธรรมดา เพราะตกแต่งอย่างหรูหรา แต่ยังคงเอกลักษณ์ความสนุกสนานของ Emily’s ผ่านยูนิฟอร์มพนักงานสีแดงสดที่กลายเป็นอีกหนึ่งซิกเนเจอร์ของแบรนด์ ซึ่งคุณเพ็บได้เล่าว่า การเปิดร้านนี้ไม่ได้ตั้งใจเพียงขายอาหาร แต่คือการสร้างพื้นที่ที่แบรนด์และลูกค้าจะได้มีประสบการณ์ร่วมกัน ผ่านรสชาติ การบริการ และบรรยากาศที่สะท้อนตัวตนของ Emily’s อย่างแท้จริง
ทั้งหมดนี้คือเส้นทางของ Emily’s จากเมนูเส้นหมี่ไก่ฉีกธรรมดา ๆ ในครัวเล็ก ๆ จนกลายเป็นธุรกิจหลักร้อยล้าน ที่กำลังจะขยับสู่การเป็นหนึ่งในแบรนด์อาหารไลฟ์สไตล์แห่งยุค
เรียกได้ว่า Emily’s พิสูจน์แล้วว่า.. ของธรรมดาถ้าใส่ใจจริง ก็สร้างธุรกิจที่ไม่ธรรมดาได้
ขอบคุณข้อมูลจาก Emily’s และ ช่องทางโซเชียลมีเดียของคุณภัทร์และคุณเพ็บ


