ส่องอาณาจักรหมื่นล้าน MK Group ที่กำลังรีแบรนด์ทั้งอาณาจักร สู้ศึกบุฟเฟ่ต์ราคาประหยัด

หลายคนคงรู้จัก “เอ็มเคสุกี้” ในฐานะร้านสุกี้ขวัญใจครอบครัว แต่เบื้องหลังน้ำจิ้มรสเด็ดและหม้อทองแดงนั้น คือ “อาณาจักรหมื่นล้าน” ที่ครองตลาดอาหารไทยมานานหลายสิบปี
แต่ปัจจุบัน MK Group กำลังอยู่ในช่วง รีแบรนด์ครั้งใหญ่ทั้งอาณาจักร เพื่อรับมือกับคู่แข่งบุฟเฟ่ต์ราคาประหยัดที่ผุดขึ้นไม่หยุด การแข่งขันที่ดุเดือดนี้ทำให้ MK ต้องเร่งปรับภาพลักษณ์ พร้อมขยายพอร์ตแบรนด์ และหาช่องทางใหม่ ๆ ในการเติบโต

จุดเริ่มต้นของตำนาน “สุกี้ MK”
ย้อนกลับไปเมื่อกว่า 60 ปีก่อน MK เริ่มต้นจากร้านสุกี้เล็ก ๆ โดยเจ้าของชาวฮ่องกง ชื่อ คุณมาคองคิงยี (Makong King Yee) เป็นที่มาของชื่อ MK ก่อนที่ คุณทองคำ เลือนโต (แม่ยายของคุณฤทธิ์ ธีระโกเมน) จะซื้อกิจการต่อในปี 2505 และสานต่อจนกลายเป็นธุรกิจครอบครัวเต็มตัว
จนกระทั่งในปี 2529 เปิดให้บริการสาขาแรกที่เซ็นทรัล ลาดพร้าว กระแสตอบรับดีจนประสบความสำเร็จ ขยายสาขา มีการก่อตั้งบริษัทในเวลาต่อมา และจดทะเบียน “บริษัทเอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)” ในตลาดหลักทรัพย์ฯ ขยายแบรนด์อื่นเพิ่มเติมจนปัจจุบันมีร้านในเครือ และวันนี้ก็เติบโตจนมีรายได้ในปี 2567 กว่า 15,418 ล้านบาท และกำไรกว่า 1,442 ล้านบาท

- รายได้หลักของ MK Group มาจากไหนบ้าง?
MK Restaurants ยังคงเป็นธุรกิจหลักที่ยืนหนึ่งในเครือ MK Group ที่สร้างรายได้เกือบ 72% ตามมาด้วยยาโยอิ 18% และ Laem Charoen Seafood 7% ส่วนที่เหลือคือแบรนด์อื่น ๆ ที่กำลังทยอยปั้นให้เติบโตตาม ๆ กันมา

- แบรนด์ในเครือ MK Group ไม่ได้มีแค่สุกี้
เพราะถึงแม้ MK Restaurants จะเป็นรายได้หลัก แต่ในเครือยังมีร้านอาหารอีกสิบกว่าแบรนด์หลากหลายแนว ครบเกือบทุกสไตล์การกิน ตั้งแต่ MK Gold และ MK Live สุกี้พรีเมียม, Yayoi และ Miyazaki อาหารญี่ปุ่น, แหลมเจริญซีฟู้ด สายซีฟู้ด, Le Siam อาหารไทยพรีเมียม ไปจนถึง Bizzy Box และ Hikiniku To Come สำหรับคนที่อยากกินง่าย กินเร็ว ซึ่งพูดง่าย ๆ คือ MK Group ครอบคลุมทุกโอกาสการกิน เพื่อให้ลูกค้าหมุนเวียนมาใช้จ่ายในเครือได้ตลอดทั้งปีนั่นเอง
ปัจจุบันร้านอาหารในเครือ MK Group มีสาขาในไทยรวมกันเกือบ 700 สาขา และยังบุกตลาดต่างประเทศ ทั้งญี่ปุ่น เวียดนาม ลาว มาเลเซีย รวมถึงส่งออกน้ำจิ้ม MK ไปขายในเอเชีย ยุโรป อเมริกาเหนือ ออสเตรเลีย และตะวันออกกลาง แถมยังมีธุรกิจโลจิสติกส์สำหรับสินค้าควบคุมอุณหภูมิภายใต้ชื่อ M SENKO อีกด้วย
- การรีแบรนด์ครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก
เพราะ MK Group ไม่ได้แค่ปรับโลโก้หรือทำโฆษณาใหม่ แต่กำลัง “ยกเครื่องทั้งอาณาจักร” เพื่อให้คนรุ่นใหม่ยังรู้สึกว่า MK คือ ร้านโปรดในวันที่ตลาดบุฟเฟ่ต์แข่งขันกันดุเดือดสุด ๆ เหมือนการปรับยุทธศาสตร์ครั้งใหญ่ เพื่อให้จักรวาลอาหารของ MK Group ยังครองใจลูกค้าได้อีกหลายทศวรรษ
อย่างช่วงตรุษจีนที่ผ่านมา MK Group ได้ทดลองเปลี่ยนชื่อสาขาหลายแห่งเป็น “MongKol” ที่ไม่ใช่แค่การปรับโลโก้ แต่เป็นการใช้กลยุทธ์ “muketing” เชื่อมโยงกับวัฒนธรรมและความเชื่อ เพื่อกระตุ้นความสนใจและความรู้สึก “เป็นมงคล” ให้กับลูกค้า เรียกได้ว่าเปลี่ยนแค่ชื่อร้าน แต่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และความน่าสนใจของแบรนด์ได้อย่างไม่ธรรมดาจริง ๆ
สุดท้ายแล้ว ทุกกลยุทธ์ของ MK Group ก็เดินไปในทิศทางเดียวกัน นั่นคือ การทำให้แบรนด์อยู่ใกล้ผู้บริโภคมากที่สุด
ทั้งผ่านความหลากหลายของเมนู ช่องทางการเข้าถึง และประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ทุกโอกาสการกิน คงต้องรอติดตามกันต่อไปว่ากลยุทธ์เหล่านี้จะช่วยดันให้รายได้ให้พุ่งแรงแค่ไหน...
ขอบคุณข้อมูลจาก MK Corperation Group และ Forbes Thailand


เมย์ กนกอร
